UNESCO Museum to Museum Partnership Project: Lampang Temples Pilot
Trainning incollections Management
โครงการเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ยูเนสโก: โครงการนำร่องการจัดการศิลปวัตถุในวัด จังหวัดลำปาง ร่วมกับ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยดีกิ้น ออสเตรเลีย โครงการนี้เป็นโครงการที่สนับสนุนให้ผู้ชำนาญการด้านพิพิธภัณฑ์ประจำศูนย์มรดกวัฒนธรรมแห่งเอเชียแปซิฟิก ณ มหาวิทยาลัยดีกิ้น ประเทออสเตรเลีย ได้พัฒนาความสัมพันธ์กับวัดต่างๆในจังหวัดลำปางซึ่งมีมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ผ่านทางกิจกรรมการฝึกอบรม ในกิจกรรมนี้ยังมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพของชุมชนในการจัดการศิลปวัตถุในครอบครองอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีพระภิกษุสงฆ์ที่เป็นตัวแทนของชุมชนเข้าร่วมการฝึกอบรมเพื่อเข้าใจเทคนิคต่างๆในการอนุรักษ์ และจัดการศิลปวัตถุ การรักษาความปลอดภัย ตลอดจนวิธีการจัดแสดงต่อสาธารณชน
โครงการนี้ได้คัดเลือกเอาวัดปงสนุก จังหวัดลำปางเป็นวัดในโครงการนำร่อง เนื่องจากเป็นวัดที่มีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 อีกทั้งยังได้รับรางวัลระดับดี จากการประกวดรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกขององค์การยูเนสโกประจำปี 2551 จึงจัดว่าเป็นทั้งสถาปัตยกรรมสำคัญของอาณาจักรล้านนาอันเก่าแก่ของไทยและเป็นทั้งสถาบันทางศาสนาซึ่งยังคงดำรงอยู่จนถึงทุกวันนี้
การอบรมดังกล่าว จัดให้มีขึ้นระหว่างวันที่ 16-21 มิถุนายน 2552 โดยการอบรมในครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก
Dr. Jonathan Sweet, Dr. Joanna Wills และ Ms. Susanna Collis ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการพิพิธภัณฑ์ โดยการประสานงานร่วมกับรองศาสตราจารย์วรลัญจก์ บุญสุรัตน์ อาจารย์ประจำภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ร่วมมือกันจัดโครงการอบรมพระภิกษุสงฆ์ในการอนุรักษ์ และจัดแสดงผลงานพุทธศิลป์ตามรูปแบบการจัดการพิพิธภัณฑ์ในระดับมาตรฐานโลกด้วยความมุ่งหวังประโยชน์ในระยะยาวที่จะสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์แก่ชุมชน เสริมสร้างศักยภาพในการให้การฝึกอบรมเกี่ยวกับงานพิพิธภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดความหวงแหนฐานทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนา พร้อมเผยแพร่ต่อสาธารณชน
—————————————————————————————————-
โครงการ ASEAN Art Synergy
ในหลายทศวรรษที่ผ่านมา สถาบันศิลปะต่างๆ ของประเทศไทยล้วนมีมุมมองการพัฒนาศิลปะไปในเชิงเลียนแบบและกวดให้ทันโลกตะวันตก จนทำให้หลงลืมรากเหง้าของตัวเองและความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านในเอเชีย โดยเฉพาะในกลุ่มมิตรประเทศอาเซียน จนอาจกล่าวได้ว่า ศิลปิน นักวิชาการศิลปะ และขุนนางวัฒนธรรมไทย ไม่ทราบเลยว่าเพื่อนบ้านชาวอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ฯลฯ กำลังสร้างสรรค์ผลงานศิลปะประเภทใด ดูเหมือนเรื่องราวทำนองเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นในหลายประเทศอาเซียน
ก่อนหน้านี้ ความร่วมมือทางด้านวรรณกรรมในประเทศกลุ่มอาเซียนปรากฏชัดเจนกว่า ดังจะเห็นได้จากมีการให้รางวัลซีไรท์แก่บรรดานักประพันธ์ในกลุ่มอาเซียนมาหลายทศวรรษแล้ว แต่ความร่วมมือทางด้านทัศนศิลป์ที่มีกันอยู่ปะปราย อาจไม่นับว่าได้สร้างความแน่นแฟ้นและกลมเกลียวกันเท่าใดนัก ด้วยเหตุนี้ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้ทดลองทำโครงการนำร่องในหัวข้อ”Asian Arts Synergy”ขึ้น เพื่อแสวงหาความร่วมมือกันอย่างจริงจังทางด้านศิลปะวัฒนธรรมกับกลุ่มอาเซียนในอนาคต
โดยความร่วมมือขั้นเริ่มต้น คาดหวังที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อทำความเข้าใจและรู้จักกันมากขึ้นในแง่ ของ soft science โดยเฉพาะด้านศิลปกรรมพื้นถิ่น ศิลปกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับศาสนา ตลอดรวมถึงศิลปกรรมร่วมสมัย ทั้งนี้โดยเปรียบเทียบแล้ว อาเซียนต่างมีประวัติศาสตร์และความเชื่อทางศาสนา รวมถึงการมประสบการณ์ทางการเมืองในรอบหลายร้อยปีที่ผ่านมาแตกต่างและซับซ้อนกว่ากลุ่มประเทศยุโรป กล่าวอย่างเป็นรูปธรรม เรามีความเชื่อทางศาสนาที่ต่างกันอย่างน้อย 5 ศาสนา และต่างได้รับอิทธิพลของอารยธรรมจากอินโดจีนเข้ามาผสมผสาน ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ที่จะทำความรู้จักกันและเข้าใจในปัญหาที่เรามีต่างกันให้มากขึ้นโดยลำดับ
ในความต่างนั้น ไม่ว่าจะในทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ล้วนเป็นความงดงามในความหลากหลาย อุปมาเปรียบเสมือนป่าไม้ที่อุดมไปด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด มิใช่พืชเชิงเดี่ยวอย่างเกษตรอุตสาหกรรม และด้วยความหลากพันธุ์หลายชนิดนี้ ทำให้อาเซียนมีความอุดมสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมอย่างน่าทึ่ง อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงเกี่ยวกับความหลากหลายเหล่านี้เรากลับรับรู้มันผ่านสื่อของโลกตะวันตกมากยิ่งกว่าความรู้ที่เราจะถ่ายทอดและมีความสัมพันธ์ กันโดยตรง ด้วยเหตุนี้ทำไมเราจึงไม่เริ่มต้นที่จะพูดจากันผ่านปากต่อปาก ใจต่อใจ และจับมือกัน เพื่อซึมซับจิตวิญญานของความเป็นอาเซียนในฐานะภูมิภาคหนึ่งที่มีวัฒนธรรมอันชัดเจน ซึ่งเดินทางผ่านกาลเวลามาอย่างปลอดภัยร่วมกัน อย่างน้อยก็ในระดับหนึ่ง ที่เรายังสามารถธำรงความมีอัตลักษณ์อันเด่นชัดของตัวเองได้ในปีแรกของการจัดกิจกรรมสัมมนาทางวิชาการศิลปะนั้น คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ดำเนินการติดต่อเจ้าหน้าที่ ผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์ผู้มีความรู้จากองค์กรในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียนในซีกโลกใต้ และกลุ่มประเทศโอเชียเนีย อันได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย เพื่อให้เกียรติบรรยาย
ในหัวข้อ Folk Art, Religious Art และ Secular Arts (Contemporary Art) สำหรับประเทศออสเตรเลีย หัวข้อในการบรรยายจะครอบคลุมไปถึงเรื่องศิลปะชนเผ่า Aboriginal Arts
จุดประสงค์ของการจัดกิจกรรมเสวนาทางวิชาการในครั้งนี้ก็เพื่อ
1.เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันโดยตรงด้านศิลปะวัฒนธรรมระหว่างสถาบันการศึกษา ทางศิลปะ
2.เพื่อสร้างความเข้าใจและแสวงหาความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาศิลปะใน อนาคต
3.เพื่อยืนยันถึงอัตลักษณ์ทางศิลปะในภูมิภาคอาเซียนในฐานะ art spot หนึ่งของโลก
4.เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์กันทางสังคมและวัฒนธรรมในกลุ่มอาเซียนอย่าง เท่าเทียม
สำหรับกิจกรรมในโครงการ ASEAN Art Synergy นี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2552
ไปจนถึงเดือน ตุลาคม 2553 ณ ห้องประชุม ณ โรงละคร หอศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
—————————————————————————————————-
โครงการนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 7
เป็นเวลาร่วม 15 ปี ที่คณะวิจิตรศิลป์ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือทางวิชาการด้านศิลปะและ วัฒนธรรมกับสถาบันศิลปะในประเทศเวียดนามมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2537 โครงการความร่วมมือทางวิชาการที่ได้ดำเนินความร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่นตลอดมาอันได้แก่ โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ ตลอดจนการจัดนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยที่จัดขึ้นระหว่างสถาบันการศึกษาทางด้านศิลปะทั้ง 2 ประเทศ โดยจะสลับกันเป็นเจ้าภาพทุก 2 ปี ระยะเวลาที่ผ่านมาในการดำเนินการความร่วมมือดังกล่าว สถาบันที่เข้าร่วมได้แก่
- The College of Arts, Hue University
- Hanoi University of Fine Arts
- Ho Chi Minh City University of Fine Arts
โดยสถาบันการศึกษาทางด้านศิลปะของไทยที่เข้าร่วม โครงการความร่วมมือนี้ในปีที่ผ่านมาอันได้แก่ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลับบูรพา และมหาวิทยาลัยมหาสารคามในโอกาสที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ครบรอบ 45ปี ในปี 2552 คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งในการเข้าร่วมจัดงานนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัย ไทย-เวียดนาม ครั้งที่ 7 โดยความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาทางศิลปะทั้งไทยและประเทศเวียดนามร่วม 10 สถาบัน กิจกรรมการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ก็เพื่อ
- เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมแก่ชุมชน
- เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านศิลปะระหว่างสถาบันศิลปะประเทศไทย และประเทศเวียดนาม
- เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษาในประเทศและระหว่าง ประเทศ
- เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานด้านศิลปะของคณาจารย์ระหว่างทั้ง สองประเทศ
โดยผลที่คาดว่าจะได้รับคือ เพื่อเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของไทยและเวียดนามสู่ชุมชนพร้อมทั้งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันการศึกษาของประเทศไทยและ ประเทศเวียดนามและเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงการพัฒนาผลงานด้านศิลปะของคณาจารย์อย่างต่อเนื่อง
กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ โดยคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับ Japan Foundation, Bangkok: Art and Cultural Department
คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ Japan Foundation จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านศิลปวัฒนธรรมที่ เกี่ยวข้องกับ สังคม ประเพณีดั้งเดิมของประเทศญี่ปุ่น การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเหล่านี้คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่น และการประสานงานและการให้ความร่วมมืออย่างดีจากสถานกงสุลญี่ปุ่น ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักศึกษาและคณาจารย์ผู้สนใจตลอดมา โดยกิจกรรมที่ได้จัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ Japan Foundation, Bangkok อาทิเช่น The Workshop by Japan Foundation and Japan Graphic Design Association ซึ่งเป็นกิจกรรมจัดการออกแบบเกี่ยวกับ UCHIWA ซึ่งเป็นผ้าสำหรับใส่ของหรือห่อของที่มีรูปแบบการห่อแบบดั้งเดิม โดยโครงการที่จะร่วมมือกันในอนาคตอันใกล้นี้ได้แก่การจัดกิจกรรมสาธิตการชง ชาแบบญี่ปุ่น การจัดดอกไม้แบบTraditional Japanese IKEBANA ซึ่งจะจัดระหว่างวันที่ 19 – 29 พฤศจิกายน 2552



