ขอเชิญร่วมฟังบรรยายพิเศษ “ศิลปะเพื่อใคร” โดยศิลปิน จิระเดช และพรพิไล มีมาลัย (JIANDYIN) ในวันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2559 เวลา 14:30 – 17:30 น.

Multidisciplinary Art Lecture Poster _ 17 October 2017

 

 

ขอเชิญร่วมฟังบรรยายพิเศษ “ศิลปะเพื่อใคร” โดยศิลปิน จิระเดช และพรพิไล มีมาลัย (JIANDYIN)

ในวันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2559 เวลา 14:30 – 17:30 น. ณ ห้องบรรยายชั้น 4 อาคารออกแบบ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

ประเด็นเนื้อหาในการบรรยาย

  1. บทบาทของศิลปะร่วมสมัยในชุมชนชุมชนบ้านนอก ตำบลหนองโพ อำเภอโพธาราม จังหวัด ราชบุรี (Baan Noorg Collaborative Arts and Culture) เริ่มต้นก่อร่างสร้างตัวอย่างไร สอดแทรกซึมซับกลมกลืนไปกับชุมชนเมื่อไหร่ สำคัญหรือจำเป็นต่อคนในชุมชนเพราะเหตุใด ดำรงอยู่ได้อย่างไร มีเหตุปัจจัยที่ฉุดรั้งหรือทำให้เบี่ยงเบนไปจากอุดมคติหรือไม่ แตกต่างหรือคล้ายคลึงกับโครงการปกติศิลป์ที่จัดในจังหวัดราชบุรีหรือไม่อย่างไร
  2. ในวงการศิลปะร่วมสมัยมีศิลปินที่ทำงานกันเป็นคู่ สามีและภรรยา เช่น Christo and Jeanne-Claude, Bernhard and Hilla Becher, Tim Noble and Sue Webster, Jennifer Allora and Guillermo Calzadilla วงการออกแบบ เช่น Ray and Charles Eames, Liz Diller and Ricardo Scofidio ความพิเศษของการทำงานเป็นทีม (คู่สามีภรรยา) การผสมผสานเป็นหนึ่งเดียว คล้ายตะเกียบที่มีลักษณะเป็นสองแท่งต้องประกบคู่กัน ถ้าถูกแยกเดี่ยวจะกลายเป็นอื่น ดังนั้นกระบวนการทำงานที่สร้างขึ้นจากคนสองคนจะมีวิธีการอย่างไร ตั้งแต่เริ่มคิด ทดลอง พัฒนา
    จนกลายเป็นผลลัพธ์ที่นำเสนอสู่พื้นที่สาธารณะ โดยยกตัวอย่างผลงานศิลปะบางชิ้นทั้งที่เป็นผลงานที่เป็น portrait หรือ figure สองคนชายหญิง และผลงานที่มีลักษณะเป็นคู่ โดยไม่มี portrait หรือ figure ศิลปินในงาน
  3. การเชื่อมโยงงานศิลปะร่วมสมัยกับสังคม ผ่านผลงานชุด “Dialogue : Seeing and Being
    ที่เริ่มทำในปี ค.ศ. 2010 จนถึงปัจจุบัน (ผลงานชุดนี้จัดแสดงที่ Gallery Seescape
    จ.เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 1 กันยายน 2560 จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2560) โครงการมีการตั้งสมมุติฐานการวิจัยว่า “ภาพเหมือนหนึ่งภาพจะสามารถนำพาเราไปสู่..?” ซึ่งมีลักษณะเป็นปลายเปิด
    ผันแปรไปตามบริบททางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของแต่ละพื้นที่ ศิลปินทั้งสองมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่ในการทำโครงการนี้อย่างไร เหตุใดจึงเลือกนิวยอร์กซิตี้ สหรัฐอเมริกา เมืองไทเป ประเทศไต้หวัน อุมเบรีย ประเทศอิตาลี และเมืองซังวอน ประเทศเกาหลีใต้ เป็นเมืองที่ปฏิบัติการณ์ มีหลักคิดในการเลือกตำแหน่งของสถานที่ที่จะทำเพอร์ฟอร์มมานซ์อย่างไร พิจารณาสถานที่จากเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ของคน ย่านธุรกิจ เขตอุตสาหกรรม เขตเกษตรกรรม ฯลฯ ถ้าเป็นที่จังหวัดเชียงใหม่ ศิลปินจะเลือกพื้นที่ตรงจุดไหน สถานที่ใดของเมืองในการทำเพอร์ฟอร์มมานซ์ เพราะเหตุใดจึงเลือกสถานที่นั้่น คนที่เข้าร่วมในโครงการนี้ นอกจากได้รูปวาดจากศิลปินกลับบ้านไปฟรีๆแล้ว ศิลปินได้พาคนที่เข้าร่วมไปสู่ประสบการณ์การเรียนรู้อะไรบ้างและพาคนดูนิทรรศการชุด “Dialogue : Seeing and Being” นี้ไปสู่องค์ความรู้อะไรบ้าง

 

 

 

ประวัติศิลปิน

จิระเดช และ พรพิไล มีมาลัย รู้จักกันระหว่างที่เรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยศิลปากร หลังจากนั้น พรพิไลไปอังกฤษเพื่อเรียนต่อปริญญาโททางด้าน ช่างเงิน ช่างทอง โลหะและเครื่องประดับ ที่ Royal College of Art ในขณะที่จิระเดชเรียนปริญญาโท คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี พ.ศ. 2545 ทั้งสองเริ่มทำงานด้วยกันในฐานะศิลปินคู่เป็นครั้งแรกในนิทรรศการชื่อว่า ‘As Big As it’s Small’ ที่หอศิลป์ตาดู กรุงเทพ โดยเรื่องราวที่นำเสนอในนิทรรศการเป็นการเปรียบขนาด ระหว่างผลงานเครื่องประดับชิ้นเล็กจากพรพิไล และผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่จากจิระเดช ทั้งสองแต่งงานกันในปีนี้ ห้าปีต่อมา ในนิทรรศการ ‘Living Together’ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล กรุงเทพ ทั้งสองถ่ายทอดสิ่งที่เรียนรู้จากการใช้ชีวิตร่วมกันผ่านวัสดุและสื่อที่หลากหลาย เช่น หินอ่อน ไม้ สแตนเลส เงิน ทองแดง และภาพถ่าย ในปีพ.ศ. 2552 นิทรรศการ ‘ความสัมพันธ์สำคัญและเป็นจริงเสียยิ่งกว่าสิ่งที่สัมพันธ์’ ที่หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล กรุงเทพ การเรียนรู้ซึ่งกันและกันได้แปรเปลี่ยนเป็นการปรับตัว การยอมรับ ความปรารถนา สภาวะอันไร้เสถียรภาพของชีวิตคู่ ความพยายามที่จะรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคนให้ดำรงอยู่ต่อไป ปีต่อมา (2553) ทั้งสองได้รับทุน Asian Cultural Council Fellowship Awards และเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำให้ทั้งสองได้คิดค้นโครงการ ‘Dialogue: Seeing and Being’ ซึ่งเป็นการเพอร์ฟอร์แมนซ์วาดภาพเหมือนบุคคล และปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่ถูกวาด ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า “ภาพเหมือนหนึ่งภาพจะสามารถนำพาเราไปสู่..?” โดยผู้ที่ถูกวาดจะนั่งตรงกลางระหว่างศิลปินทั้งสอง การทำงานที่มีคนอื่นมาคั่นกลางระหว่างศิลปินทั้งสองคน ช่วยให้ความตึงเครียดของความสัมพันธ์ของคนทั้งสองลดน้อยลง และยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนแปลกหน้าแปรเปลี่ยนมาเป็นคนรู้จัก โครงการนี้ได้นำศิลปินไปรู้จักกับคนในประเทศต่างๆในทวีปเอเชีย ยุโรปและสหรัฐอเมริกา

https://www.jiandyin.com

Marka tescili protez sa